วิทยุเพื่อสุขภาพ เอนไซม์เรดิโอ http://www.enzymeradio.com/

 (Root) 20091110_86373.jpg

(Root) 20091011_32446.gif

ดูรายละเอียดเพี่มเติมได้ที่  

เอนไซม์คืออะไร
เอนไซม์เป็นสารกลุ่มโปรตีนที่ร่างกายได้รับจาการรับประทานอาหารและสร้างขึ้นเอง ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้มีอยู่ก่อนที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาเคมีใดๆ เกิดขึ้น แม้กระทั่งวิตามิน แร่ธาตุ หรือฮอร์โมนก็ไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีเอนไซม์ เอนไซม์มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงสุดแล้วก็ตามเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนที่ทำให้เราสามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างมีสุขภาพดี หรือกล่าวได้ว่าเราไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หากขาดเอนไซม

สุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากการรับประทานสิ่งที่ดี เราจึงสรรหาสิ่งที่ดีมาเพื่อคุณ 02-7177859

 

พลังเอนไซม์บำบัด
หลายคนอาจไม่คุ้นเคยนักกับคำว่า เอนไซม์ หากพูดในเชิงวิชาการแล้ว เอนไซม์ ถือเป็นสารอินทรีย์เร่งปฏิกิริยาที่มีโครงสร้างซับซ้อน เรานิยมเรียก เอนไซม์ ว่าน้ำย่อย เช่น น้ำย่อยโปรตีน ให้เป็นกรดอะมิโน เอนไซม์สร้างมาโดยเซลล์ของสิ่งที่มีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ หน้าที่ของเอนไซม์เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวะเคมี คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีของกรรมวิธีต่างๆทางชีววิทยา เช่น การย่อยอาหาร การหมัก เอนไซม์แต่ละชนิดทำหน้าที่ได้ดี ณ อุณภูมิ, ค่า ph และSubstrate หรือ สารที่ถูกทำให้สลายตัว เฉพาะเท่านั้น เอนไซม์ทั้งหลายที่เรารู้จัก คือ โปรตีน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของปฏิกิริยาชีวเคมีทั้งหมดในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการย่อยอาหาร, การดูดซึมของเซลล์ต่างๆ, การหายใจ และ ขบวนการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่า

  Mr. Reidar Ostensen Managing Director ร้าน SOQI Health And Wellness center ได้อธิบายเกี่ยวกับ เอนไซม์ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจว่า เอนไซม์ คือสิ่งที่ทำให้อาหารที่เรากินเข้าไปแตกตัวเร็วขึ้น และนำสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว 2 สิ่งสำคัญที่เซลล์ต้องการก็คือ โปรตีน และออกซิเจน และหากขาดเอนไซม์จะทำให้เราไม่สามารถมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้ และจะต้องเสียชีวิตไปในที่สุด
เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นดูได้ว่าเราขาดเอนไซม์หรือไม่ ซึ่งหากขาดเอนไซม์ คุณจะมีอาการดังต่อไปนี้
รู้สึกเหนื่อยหลังจากกินอาหารมื้อหลัก อ่อนเหลียเป็นประจำ ท้องผูก  ท้องขึ้น    ท้องเฟ้อ มีอาการจุกเสียด  ลมแน่นท้อง ผายลมมีกลิ่นเหม็น  อุจจาระจมน้ำ และมีกลิ่นเหม็นมาก
มีกลิ่นปาก  มีอาการของโรคภูมิแพ้ง่าย บางครั้งถึงขนาดหอบหืด เวลาเป็นแผลจะหายช้า
น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย



ทำไมเราจึงต้องการเอนไซม์

80เปอร์เซ็นต์ของพลังงานในร่างกายถูกใช้ไปในขบวนการย่อยอาหารหากคุณอ่อนเพลีย เครียด อยู่ในสภาวะอากาศที่ร้อนหรือเย็นจัด ตั้งครรภ์ เดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆ คุณจะต้องการเอนไซม์เสริมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการทำงานทั้งหมดของร่างกายต้องอาศัยเอนไซม์ เราจึงต้องเสริมเอนไซม์ให้ร่างกาย อายุที่มากขึ้นเป็นสาเหตุของการผลิตเอนไซม์ที่ลดลงผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า โรคต่างๆ เกิดขึ้นจากการขาดแคลนหรือความไม่สมดุลของเอนไซม์ ดังนั้นเราทุกคนจึงไม่สามารถขาดเอนไซม์ได้

ชีวิตมีพลังด้วยธรรมชาติ

เอนไซม์ที่มหัศจรรย์เหล่านี้ทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ ย่อยสลายอาหารให้เล็กลงพอที่จะผ่านเซลล์ผนังลำไส้ แล้วสารอาหารเหล่านี้ก็เข้าสู่กระแสเลือดต่อไป การย่อยอาหารเป็นหนาที่สำคัญอย่างยิ่งของร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหาร เอนไซม์ย่อยอาหารจะถูกดึงมาจากทุกระบบของร่างกายในทันทีเพื่อทำการย่อยอาหาร

แต่ทว่าเอนไซม์ย่อยอาหารเหล่านี้ก็ยังมีหน้าที่อื่นๆอีกในการที่จะซ่อมแซม ควบคุม และกระตุ้นการทำงานของระบบอื่นๆของร่างกายด้วย แต่ระบบเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อส่งเอนไซม์ไปให้ระบบย่อยอาหาร วิธีแก้อย่างหนึ่งคือ รับประทานเฉพาะอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงให้สุก อาหารก็จะมีเอนไซม์เพียงพอที่จะย่อยตัวเองอยู่แล้ว อีกวิธีคือ รับประทานเอนไซม์เสริมสกัดจากพืช บรรจุในแคปซูลหรือเอนไซม์ผง

อย่าลืมว่าการย่อยคาร์โบไฮเดรต ที่ไม่สมบูรณ์จะเกิดการหมักในลำไส้ หากเป็นอาหารกลุ่มไขมัน พวกผลิตภัณฑ์จากนม น้ำมันต่างๆ ของทอด จะเหม็นหืน และถ้าเป็นกลุ่มโปรตีน เช่นเนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ถั่ว ต่างๆ ก็จะเน่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยถ้าคนส่วนใหญ่ในสังคมเรานี้จะมีปัญหาเรื่อง ท้องผูก แก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลมหายใจเหม็น

อีกบทบาทหนึ่งของเอนไซม์คือ รักษาระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันได้แก่ สลายไขมัน ลำเลียงอาหารเข้าสู่เซลล์ แจกจ่ายพลังงานไปยังเซลล์ที่ต้องการ ทุกกลไกของร่างกายตั้งแต่การสร้างกล้ามเนื้อกระดุก ต่อมต่างๆ และเส้นประสาท ไปจนถึงการกำจัดพิษออกจากร่างกาย ล้วนต้องอาศัยการทำงานของเอนไซม์ทั้งสิ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเอนไซม์เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตจากธรรมชาติ

คืนชีวิตใหม่ให้ระบบย่อยอาหาร

มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับระบบย่อยอาหารของเรา ทำไมเราจึงรับประทานอาหารที่เราเคยรับประทานไม่ได้ คำถามเหล่านี้ถูกถามขึ้นเสมอ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ที่ว่ากันว่าร่างกายของคนเราสามารถย่อยและดูดซึมอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ได้ดีกว่าอาหารที่ยังไม่ถูกความร้อนนั้นเป็นความเชื่อที่วันหนึ่งจะถูกพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องที่ผิด อาหารที่ถูกความร้อนแล้วจะผ่านระบบการย่อยอาหารของเราช้ากว่าอาหารที่ยังไม่ถูกความร้อน ดังนั้นจึงทำให้อาหารเหล่านั้นบูดเน่า ก่อให้เกิดสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเรา มีผลต่อหัวใจ ทำให้ปวดหัว มีปัญหาทางสายตา แพ้ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

เอนไซม์เสริมที่ได้จากพืชจะช่วยในการย่อยสลายอาหาร ในภาวะที่เหมาะสมจะเกิดขบวนการย่อยอาหารที่สมบูรณ์คือ

  • อาหารถูกย่อยอย่างสมบูรณ์
  • สารอาหาร ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด
  • ของเสียจากขบวนการย่อยอาหารถูกกำจัดออกจากร่างกาย

นอกจากนี้เอนไซม์ที่ได้จากพืชนั้นมีประโยชน์มากกว่าเอนไซม์ที่ได้จากสัตว์เนื่องจากเอนไซม์จากพืชทำงานทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหารขณะที่อาหารยังอยู่ส่วนบนของกระเพาะอาหาร เอนไซม์ก็เริ่มทำงานแล้ว บางครั้งเอนไซม์เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ในหลอดอาหารด้วยซ้ำไป

ประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารของคุณขึ้นอยู่กับความสามารถของกระเพาะอาหารในการเริ่มขบวนการย่อยสลาย การที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้นระบบย่อยอาหารของคุณต้องสามารถดูดซึมและแจกจ่ายออกไปได้ทั่วร่างกาย ส่วนแก๊สในทางเดินอาหาร เรารู้ว่าคาร์โบไฮเดรต สามารถเกิดการหมัก ไขมันเกิดการเหม็นหืน โปรตีนเกิดการเน่าเสีย สิ่งเหล่านี้เกิดจากการย่อยสลายอาหารที่ไม่สมบูรณ์

ปัญหาใหญ่ของอาหารที่ไม่ถูกย่อยสลายคือ มันจะไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกายและสะสมเป็นของเสีย ทำให้เกิดปัญหาไขมันสูง มีแคลเซียมไปเกาะตามส่วนต่างๆ โรคไขข้อ มีเซลลูไลท์เกิดขึ้น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น

การสลายพิษและเพิ่มเสริม / การฟอกเลือดและลดคลอเลสเตอรอล

การสลายพิษ (detoxify)หมายถึง การทำลายหรือต่อต้านพิษในร่างกายเรา ในอดีตต้องอาศัย 2 ขบวนการ ขบวนการแรกคือ ต้องทำลายพิษโดยการยุติการรับประทาน (การอดอาหาร) ซึงมักจะทำให้เกิดอาการเหมือนเป็นไข้หวัด เช่นตัวร้อน เพลีย ปวดเมื่อย ขบวนการต่อมาคือต้องเพิ่มอาหารบำรุงให้แก่ร่างกาย แต่ถ้าใช้เอนไซม์เราจะขจัดพิษและบำรุงร่างกายไปพร้อมๆกันโดยไม่มีผลข้างเคียง

การใช้เอนไซม์จะกำจัดความรู้สึกที่ไม่สบายที่มาพร้อมกับการกำจัดพิษ ทำให้เรารู้สึกสบายและมีพลังระดับสูง เป็นวิธีที่ ทำให้ร่างกายเราสวยงามและเป็นวิธีล้างและส่งเสริมร่างกาย

เมื่อเราแก่ตัวขึ้น ร่างกายเราไม่สามารถกำจัดสารพิษจากเลือดและอวัยวะให้มีประสิทธิภาพถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ ระบบน้ำเหลืองกรองพวกสารที่ร่างกายไม่ต้องการออก เช่น เม็ดเลือดขาวจะทำลายแบคทีเรียและตัวมันเองก็ตายพร้อมแบคทีเรีย ระบบต่อมน้ำเหลืองนำเศษเซลล์เหล่านี้ไปที่ต่อมน้ำเหลืองเพื่อสลายให้เป็นสารที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ เพื่อนำมาใช้ใหม่ มีจำนวนคนนับล้านที่พยายามหาวิธีช่วยร่างกายกำจัดสารพิษ เช่น การบริโภคอาหาร Macrobiotic รับประทานอาหารเจ อดอาหาร หรือใช้สมุนไพร วิธีเหล่านี้ช่วยได้บ้างโดยเฉพาะการใช้สมุนไพร อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขาดหายไป คือ เอนไซม์ ถ้าเราบริโภคเอนไซม์สม่ำเสมอจะช่วยทำให้เลือดบริสุทธิ์ โดยสลายโปรตีนเศษของเซลล์ และสารพิษชนิดอื่นๆ เมื่อเลือดอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ร่างกายเราก็สามารถที่จะซ่อมแซมตัวเองและสะสมแหล่งของเอนไซม์ ผลสุดท้ายคือร่างกายอยู่ในสภาพสมดุล ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การรับประทานเอนไซม์ไปพร้อมกับอาหารจะช่วยให้อาหารย่อยได้ดีขึ้นและทำให้มีการนำอาหารพวกนี้เข้าไปในร่างกาย ถ้ารับประทานเอนไซม์ระหว่างมื้อจะช่วยสลายอาหารที่ไม่ถูกย่อย เพาะฉะนั้นเอนไซม์สำคัญมากในการรักษาโรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักเกินไม่สามารถระงับความอยากอาหารเลยทำให้รับประทานอาหารที่มีแครอรี่สูง แต่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ ซึ่งทำลายระบบภูมิคุ้มกันรวมกับระบบอื่นๆในร่างกาย เอนไซม์จากพืชเป็นวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้และป้องกันไม่ให้เราทำลายตัวเองอีกต่อไป

แหล่งผลิตเอนไซม์
เอนไซม์ที่ใช้ในขบวนการเผาผลาญพลังงาน (Metabolize Enzyme) ทั้งหมดจะสร้างขึ้นในร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการย่อยอาหารอายุที่มากขึ้นและความเครียด
มีผลให้การสร้างเอนไซม์เหล่านี้ลดลง ส่วนเอนไซม์จากอาหาร (Food Enzyme) เช่น ผัก ผลไม้ จะคงความสามารถในการย่อยอาหารก็ต่อเมื่อยังไม่ผ่านการปรุงให้สุกเท่านั้น ที่มาอันมหัศจรรย์อีกแห่งของเอนไซม์ก็คือ เอนไซม์เสริมเพื่อช่วยย่อยอาหาร …


เอ็นไซม์บำบัด
การใช้เอนไซม์บำบัด (Enzyme Therapy), การมีเอนไซม์บกพร่อง (Enzyme Deficiency)เกิดจากหลายสาเหตุ
1. ถ้าทุกคนกินอาหารที่ปรุงแต่งอย่างปัจจุบันต้องมีปัญหาการขาดเอนไซม์
Dr. Dick Couey อาจารย์โภชนาการของBayloy University กล่าวว่า ในปัจจุบันพวกเรากินอาหารที่ไม่มีเอนไซม์ เพราะเป็นอาหารปรุงสำเร็จ (Processed) หรือ เอามาหุงต้ม (Cooked) ทำให้เอนไซม์ในอาหารถูกทำลาย  ดร.คูอี้ได้ย้ำว่า ตนเองจะไม่กินอาหารอีกถ้าไม่มีเอนไซม์เสริมมากินร่วมด้วย (I will never eat another meal without taking a …

 

บริษัท

 อาคารอมรพันธ์ 205 ทาวเวอร์ 2

บริษัท เบสไฟว์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้รับมอบสิทธิการเป็นผู้แทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เหยิน-เบิ่น แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จากโรงงานผู้ผลิตแห่งเมืองเกาสง ประเทศไต้หวันซึ่งได้ลงนาม แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2540โดยมี  สุโรจน์ เรืองสกุลวัฒน์ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เหยิน-เบิ่น โดยการคิดค้นของ มร.เฉิน หมิง เหอ และมาดามเฉิน หวง ฮ่ง ผิง เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าต่อสุขภาพของ มวลมนุษย์ด้วยเจตนา ของเบสไฟว์ที่ ต้องการให้ชาวไทยมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี เบสไฟว์จึงมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจ คือ ฐานทั้ง 5 หมายถึง - สุขภาพ,- คุณธรรม, - คุณภาพ, - พัฒนาการ - และโอกาส

สุขภาพ คือเป้าหมายที่เบสไฟว์ มุ่งเน้นให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี
คุณธรรม เป็นการกำหนดวิถี การดำเนินงานของบริษัทฯซึ่งหมายถึง เจตนาที่ดี มีความซื่อสัตย์และเป็นธรรมทั้งต่อสมาชิกผู้จำหน่ายและผู้บริโภค
คุณภาพ โดยมุ่ง เน้น ด้านหน้าทางเข้าสำนักงานใหญ่ชั้น 72 จุดคือ 1.บริษัทฯ จะเลือกเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพ มานำเสนอให้กับสมาชิกและ ผู้บริโภค 2.บริษัทฯ เน้นการให้บริการหลัง การขายตลอดจน บริการที่ดีต่อ ผู้บริโภคด้วย
พัฒนาการ เน้นการพัฒนา ด้านการเข้าสังคมสมาชิกซึ่ง สมาชิกมีโอกาส ได้กับพบสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง มีการสังสรรค์จัดประชุมกันอย่างสม่ำเสมอ ประการที่สอง จะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวสมาชิกเอง มีการพัฒนาให้ตนเองเป็นผู้นำพูดคุย ในที่ชุมชนได้เหล่านี้ เป็นต้น
โอกาส เป็นการเปิดโอกาสให้ สมาชิกเข้าร่วมประกอบธุรกิจ และเป็น เจ้าของธุรกิจ จากความสามารถของตนเอง จากแนวนโยบายเหล่านี้ และ รวมถึงเจตนาที่ดี จึงทำให้เบสไฟว์เป็น องค์กรที่ดำเนินธุรกิจ

ภายใต้ปรัชญาที่ว่า "   คุณธรรมนำการค้า คุณภาพ นำการตลาด "


Online: 1 Visits: 4,485 Today: 5 PageView/Month: 96